นาคี 2 ความรัก ความแค้น และความเชื่อ องค์ประกอบของหนังไทยที่ลงตัว

นาคี 2 ความรัก ความแค้น และความเชื่อ องค์ประกอบของหนังไทยที่ลงตัว

รีวิวหนังเรื่อง นาคี 2 เรื่องราวของ “ซอย” (อุรัสยา เสปอร์บันด์) สาวป่าที่เติบโตมาด้วยศรัทธาและศรัทธาในเจ้าแม่นาคี เธอช่วยคุณยายขายดอกไม้ให้เทพธิดา และดูแลวัดแห่งนี้ สร้อยคอจึงมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับเจ้าแม่นาคี แต่หลังจาก “พ.ต.อ.พงษ์ปราบ” (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ถูกย้ายไป สภ.ดอนไม้ป่า และมีคดีที่น่าตกใจมากมาย

ถ้าจะเปรียบเทียบหนัง นาคี 2 กับหนังฝรั่งของฮอลลีวู้ด ก็อาจจะเปรียบเสมือนการเปรียบเทียบวิชาชกมวยต่างๆ แต่ถ้าเทียบกับหนังไทยด้วยกัน นาคี 2 ก็ไม่ต่างจากเพชรเม็ดงามของวงการหนังไทย และได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากคนทั่วประเทศจนถึงจุดที่โรงหนังลดเวลาฉายของหนังเต็มเรื่อง ครั้งล่าสุดที่เรื่องนี้เกิดขึ้นคือตอนที่หนังไททานิคออกฉายเมื่อ 16 ปีที่แล้ว

โดยโยงเรื่องราวของสุริยุปราคาเมื่อ 20 ปีที่แล้ว โดยเลือกวันฉายใกล้วันออกพรรษา ซึ่งจะมีกิจกรรมพิเศษ เช่น ลูกไฟพญานาคที่ลุ่มแม่น้ำโขง และ ฉายภาพยนตร์ช่วงวันหยุดยาวหลายวันอีกด้วย ฐานผู้ชมที่ชอบละคร ที่เคยออกอากาศทางช่อง 3 มาก่อน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหนัง นาคี 2 ถึงตี 100 ล้านในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ มันสมบูรณ์แบบมากและอยู่ถูกเวลา

ในวงการคอมพิวเตอร์กราฟิก ถึงแม้จะไม่เนียนมาก แต่ก็ต้องยอมรับความละเอียดรอบคอบในการทำงาน เพราะตัวละครแต่ละตัวต้องใช้ความละเอียดค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นเกล็ดพญานาค งูหงอน ครุฑ หรือปลาไหลเผือก ซึ่งดูยิ่งใหญ่สมราคาสมเป็นเทพในตำนาน

โครงเรื่องทำมาอย่างดี มีการบรรยายเชิงตรรกะ แม้ว่าจะมีความเชื่อค่อนข้างมากที่เกี่ยวข้อง แต่ด้วยการนำเสนอเรื่องราวที่คุณอ๊อฟทำออกมา ทำให้รู้สึกว่าเรื่องราวเหล่านี้สามารถเชื่อได้ เพราะถึงเราจะไม่เคยเห็นพญานาคก็ใช่ว่าพญานาคไม่มีอยู่จริง เหมือนตอนเราอยู่เมืองไทย และไม่เคยไปเสา

นาคี 2 ความรัก ความแค้น และความเชื่อ องค์ประกอบของหนังไทยที่ลงตัว

มีคนเคยบอกว่าเสามีน้ำแข็ง มีหมีขาว ทั้งที่จริง ๆ แล้วเราไม่ได้ไปที่เสา อ้างไม่ได้ว่าไม่มีเสา เรื่องผี เทวดา พญานาค วัฏจักรแห่งความตายและการเกิดใหม่ก็เช่นเดียวกัน ยังสอนให้เราปล่อยวาง เพราะเราผูกหัวใจให้เจ็บ คนที่เจ็บไม่ใช่เราคนเดียว

นาคี 2 ความรัก ความแค้น และความเชื่อ องค์ประกอบของหนังไทยที่ลงตัว

แต่เราจะกลายเป็นคนที่เจ็บที่สุดของเรื่อง เหมือนก้อนหินหนักๆ ถ้าจับไว้ หนักแค่ไหนก็เบา แต่ถ้าปล่อยหินก้อนเดียวกันไว้บนพื้น เราก็ไปได้ทุกที่อย่างสบายใจ แถมยังไม่หนักหน้าอีกด้วยและหนังเรื่องนี้สนุกพอๆกับเรื่อง มึงกู เพื่อนกันจนวันตาย